ประสบการณ์เข้าห้องเย็นศุลกากร ที่สนามบินออสเตรเลีย

รูปประกอบ ฉากห้องสอบสวนของตำรวจญี่ปุ่น จาก Wikipedia Japanese police interrogation room

หลังจากผ่านด่านแรก (ตรวจคน) คือด่านตม. ตอบคำถามตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในตอนที่แล้วเรียบร้อย ก็รีบเลิ่กลั่ก ไปหาว่ากระเป๋าเราอยู่ Belt ไหน ไปไงมาไงเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ เจองานเข้าที่ด่าน 2 (ตรวจของ) คือ ด่านศุลกากรสุดหิน ของประเทศออสเตรเลีย ขอยกตัวอย่างประเทศนี้แล้วกันนะคะ จริงๆ มีทุกที่ค่ะ

airport arrival luggage belt 3

ถ้าหากมีใบที่ต้องสำแดง กับศุลกากร (Customs) ให้เก็บไว้ก่อนนะคะ ไม่ว่าท่านจะมีของที่ต้องสำแดงหรือไม่ก็ตาม ต้องเอาให้กับเจ้าหน้าที่ Customs จากที่เคยเจอมา ที่ยุ่งยากไม่น้อย ก็คือ ของประเทศออสเตรเลียค่ะ ขึ้นชื่อว่าเข้มที่สุดในโลก

หลายปีก่อน ตอนนั้นมีแผนเดินทางกับคุณแม่ ไปหาพี่สาวแท้ๆ ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย พอดีพี่สาวป่วยบอกให้ไปเยี่ยม แหม…. คนไม่สบาย อยากกินน้ำพริก คือจะต้องให้ซื้อน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกน้ำเงี้ยว ห่อไปให้จากเชียงราย อุอุ รู้สึกเครียดมากตอนนั้น จะบอก Customs ว่า นี่คือน้ำพริกน้ำเงี้ยว น้ำพริกหนุ่ม Young Chili Sauce ยังไง โอย… หาเรื่องให้อีกละ

australia declare or beware

เพราะทางประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่เข้มงวดมาก ห้ามนำพีช และสัตว์แปลกปลอมจากประเทศอื่นเข้ามาในประเทศเค้า ห้ามเอาสิ่งของดังนี้เข้าประเทศเลย เมล็ดพืช อาหารสด เนื้อสดอะไรแบบนี้ ประเภทไม้เช่นตะเกียบ ผัก ผลไม้ ยาเสพติด (นี่เรื่องปกติ) ตรวจทุกอย่าง (เนื่องจากประเทศเค้าเป็นเกาะ ต้นไม้ แมลง สัตว์ต่าง ๆ จะไม่เหมือนที่อื่น ถ้ามีอะไรหลุดเข้ามาจะทำให้การเกษตรเค้าเสียหายได้)

ตั้งแต่ลงเครื่องทุก ๆ สนามบินของประเทศออสเตรเลีย ยังไม่ถึงตม. ก็มีป้ายเตือนรอเลย ว่า “ใครมีผลไว้ ผักสด ไม้ อาหารสด ที่ไม่ได้จะสำแดง เชิญทิ้งได้เลย ถังขยะรออยู่ค่ะ”

australia declare or beware 02

หลังจากผ่าน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ก็พาคุณแม่เดินไปเอากระเป๋า ที่ belt แต่ ก่อนลงเครื่อง แอน กับคุณแม่ก็ tick ในบัตรเข้าประเทศ ในช่อง มีของต้อง Declare ในกระเป๋า นั่นคือ น้ำพริกน้ำเงี้ยว นั่นเอง ตัวแอนเองก็ใจจดใจจ่อ เนื่องจากกังวลกับน้ำพริกปริมาณมหาศาลของพี่สาว หารู้ไว้ภัยกำลังจะมาถึงตัว อุอุ

Nam_phrik_num

ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปที่ Customs ช่องมีของต้องสำแดง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่เปิดโน่นนี่ ดู ซักพักเจ้าหน้าที่ก็ถาม Do you like to cook? พร้อมกับยิ้ม แอนก็รีบตอบ Yes เลยค่ะ ปล่อยไปได้รึยังคะ 55555 ลุ้นแทบแย่

เค้าบอกว่า OK, you can go. Have a nice trip! คุณไปได้แล้ว ขอให้เที่ยวให้สนุกนะครับ แอนก็บอกว่า Thank you, have a nice day!! แปลว่า ไปได้แล้วครับ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของคุณเช่นกันค่ะ!!!

Portrait of Quarantine detector dog Boston wearing his detector dog jacket.

ระหว่างนั้นก็มี สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล มาดมๆ ที่กระเป๋าคุณแม่ แล้วตำรวจก็เดินเข้ามาขอค้นอีกที และขอเชิญคุณแม่ กับแอนไปยังห้องพิเศษ (ห้องเย็น) โอย….. อิชั้นจะเป็นลม เกิดอะไรขึ้น ก็ Declare ไปแล้วนี่นา….น้ำพริกน้ำเงี้ยวจะทำฉันโดนส่งกลับประเทศไทยเนี่ยนะ ยังไม่จบอีกเหรอ เหนื่อยใจ ทำไรผิดอีก  ลมแทบจับ หมาเตี้ยมันมาทำอะไร ใครจะไปนึกว่าเค้าจะให้พันธุ์นี้มาจับผิดเรา ทำไมฉลาดนัก ใส่เสื้อฟอร์มด้วย ตอนเลี้ยงก็น่ารัก แต่ตอนนี้อยากจับไปปล่อยวัด ….>.<

รูปประกอบ ฉากห้องสอบสวนของตำรวจญี่ปุ่น จาก Wikipedia Japanese police interrogation room
รูปประกอบ ฉากห้องสอบสวนของตำรวจญี่ปุ่น จาก Wikipedia

ในระหว่างนั้น งง คิดอะไรไม่ออก พารานอยด์มากไม่รู้จะเจอข้อหาอะไร เครียดสุดๆ ในใจคิดไปสารพัด ถึงขนาดเรียกคุยในห้องเย็น ควารู้สึกตอนนั้น ชาไปทั้งตัว อยากให้เป็นแค่ความฝัน กลัวไปหมด ทำไรไม่ถูก…….

พอเข้าไปในห้องเย็น ตำรวจก็เริ่มสอบถาม ขอตรวจค้น หลังจากที่ตำรวจค้นกระเป๋าอยู่พักใหญ่ เปิดช่องโน้น ช่องนี้ สุดท้าย ก็ หยิบส้ม ออกมาจากกระเป๋า hand carry ของคุณแม่ลูกนึง……

Orange

ปรากฏว่า คุณแม่อิชั้น ดันเอาส้มที่เค้าแจกให้ทานบนเครื่องบินเมื่อเช้านี้ ติดตัวลงมาด้วย ส้มลูกเดียวนะคะ แบบ มีป้ายเตือนแล้ว แกก็ไม่ทิ้ง แกคิดว่าคงไม่เป็นไรมั้ง

เชื่อมั้ยคะ เค้ามีแผ่นกระดาษออกมาใบนึงเป็นคำเตือน ให้เราอ่านเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หึหึ… ว่าเค้ามี กฎ และ นโยบายเข้าประเทศยังไง และที่สำคัญมีหลายภาษารวมถึงภาษาไทยด้วยนะฮ้าาา

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็เริ่มสอบสวน ว่าเอาส้มเข้ามาประเทศเค้าทำไม ซักเราเหมือนทำผิดร้ายแรงในใจก็พูดว่า…..คุณแม่กลัวถ่ายไม่ออก >.<” …..ไม่ได้ตั้งใจ ทางตำรวจเค้าจะปรับเงินลูกเดียว แอนเลย ขอร้องเค้า ว่า ทางคุณแม่ กับแอนไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวเอาส้มไปทิ้งก็ได้ ขอโทษเค้าด้วย ตอนนั้นแบบ คิดว่าอะไร เนี่ย จะเสียเงินหลายหมื่นบาทเพราะส้ม ลูกเดียว เนี่ยนะ อ้อนวอนอยู่นานมากกกกก เค้าก็ยอม เพราะ แอนบอกว่า คนแก่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ แบบนี้อีก เค้าถึงปล่อย ออกมาจากห้องเย็น ตอนนั้นตัวลีบ เล็กเท่ามดไปเลยค่ะ

หลังจากนั้น แอนก็เอาส้มเจ้ากรรมไปทิ้ง ลากกระเป๋าออกมาแทบไม่ทัน เซ็งเป็ด……..

 

เฮ้อ…มาเล่าตอนนี้ก็ตลกนะคะ แต่ว่า ตอนโดนมันไม่สนุกเลย….

Credit รูปประกอบ

  • https://en.wikipedia.org/wiki/Orange_(fruit)#/media/File:Orange-Whole-%26-Split.jpg
  • https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Japanese_police_interrogation_room_-_movie_set_-_October_2014.jpg
  • https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1#/media/File:Nam_phrik_num.jpg
  • https://www.agric.wa.gov.au/file/detector-dog-bostonjpg
  • https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/b/bd/BIAL_arrival_luggage_belt_3.jpg

แชร์ให้เพื่อน:

Anne Loft
เกี่ยวกับผู้เขียน Anne Loft หรือ ณัฐฐา พัฒโนดม (คุณแอน) เจ้าของบริษัททัวร์ Loft Travel ผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ มักจะค้นหาที่เที่ยวใหม่ๆ และเดิมทางไปลิ้มลองอาหารรสเลิศเลื่องชื่อจากทั่วโลก เป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะแชร์ ไอเดีย และมาแบ่งปันความสุขกัน นะคะ เพราะชีวิตคือการเดินทาง :-D
Anne Loft on EmailAnne Loft on FacebookAnne Loft on InstagramAnne Loft on TwitterAnne Loft on Youtube